Showing posts with label เรื่องทั่วไป. Show all posts
Showing posts with label เรื่องทั่วไป. Show all posts

05 January 2014

ตารางประวัติศาสตร์ของมนุษย์

BC = ก่อนคริสตกาล
AD = หลังคริสตกาล

เวลา ยุคสมัย เหตุการณ์หลัก รายละเอียด
13,700 ล้าน BC เกิด big bang พลังงานเล็กจิ๋วกว่าอะตอมเกิดระเบิดอย่างฉับพลัน ภายในเศษเสี้ยววินาทีพลังงานที่เล็กกว่าอะตอมได้เปลี่ยนเป็นสิ่งที่ใหญ่กว่าดาราจักร , 380,000 ปีต่อมาเกิดอะตอมตัวแรกชื่อ ไฮโดรเจน
13,400 ล้าน BC เกิดธาตุ 25 ธาตุหลัก ความถ่วงบีบอัดกลุ่มก๊าซและฝุ่นทำให้ความดันและความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง อุณหภูมิสูง 18 ล้านองศาฟาเรนไฮ ไฮโดรเจนชนกันเกิดเป็นฮีเลียม มีการปล่อยพลังงานรุนแรง เกิดธาตุทั้ง 25 ธาตุหลัก ดาราจักรตอนนั้นยังไม่มีดาวเคราะห์
12,000 ล้าน BC Super nova ดาวระเบิดทำลายตัวเองเรียกว่า supernova เกิดพลังานหลอมธาตุที่มีอยู่สร้างธาตุอย่างยูเรเนียม ทองคำ ทองแดง ตอนนี้ตารางธาตุมีธาตุสมบูรณ์แล้ว
4,600 ล้าน BC เกิดระบบสุริยะ เกิดโลก เกิดดวงอาทิตย์ เกิดระบบสุริยะ ตอนนั้นโลกหมุนเร็ว 6 ชม./วัน โลกมีแต่ลาวาหลอมเหลว ธาตุต่างๆถูกจัดการด้วยความถ่วง ธาตุหนักจมก่อตัวเป็นแกนเหล็กและนิกเกิ้ล ธาตุที่เบากว่าลอย เกิดศูนย์กลางโลก เกิดสนามแม่เหล็กคอยปกป้องโลก
4,500 ล้าน BC เกิดดวงจันทร์ มีวัตถุขนาดเท่าดาวอังคารชนโลก มีเศษหลอมส่วนหนึงกระเด็นออกสู่อวกาศโคจรอยู่รอบโลกเรียกว่าดวงจันทร์ การชนทำให้แกนโลกเอียง ดวงจันทร์ทำให้โลกมั่นคง แรงดึงโน้มถ่วงป้องกันไม่ให้ดาวเคราะห์เสียศูนย์ ป้องกันจากภูมิอากาศที่เปลี่ยนอย่างรุนแรง ทำให้เกิดฤดูกาล ความถ่วงบนดวงจันทร์ชะลอการหมุนของโลกทำให้โลกหมุนช้าลงจาก 6 ชม. เป็น 24 ชม./วัน
4,400 ล้าน BC ฝนตกบนโลก โลกร้อนมากยังไม่มีน้ำ แต่มีไอน้ำ ฝนเริ่มตกทำให้โลกเย็นลงและเกิดแหล่งน้ำ ทะเลสาปและมหาสมุทร
3,800 ล้าน BC เกิดสิ่งมีชีวิตแรกบนโลก ตอนนี้โลกมีดวงจันทร์และมหาสมุทรแล้วแต่ยังไม่เหมือนโลกในปัจจุบัน ยังไม่มีออกซิเจนมากพอ DNA สายแรกเกิดจาก ไฮโดรเจน ออกซิเจน คาร์บอนและไนโตรเจน เกิดเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดแรกของโลกคือแบคทีเรีย
2,500 ล้าน BC เกิดออกซิเจน แบคทีเรียรู้จักการนำแสงอาทิตย์มาดำรงชีพสร้างของเสียคือออกซิเจน ทะเลโบราณเต็มไปด้วยเหล็ก เหล็กเจอกับออกซิเจนขึ้นสนิมสะสมบนพื้นทะเลหลายพันปีจนเหล็กหมดจากทะเล แบคทีเรียสร้างออกซิเจนมากจนเต็มทะเลและรั่วออกสู่บรรยากาศ
550 ล้าน BC มีโอโซน พืชเริ่มย้ายขึ้นบก ออกซิเจนในอากาศสูง 13% ในยุคแคมเบรียน พืชและสัตว์เริ่มแรกอาศัยอยู่ในทะเลเท่านั้น พอมีชั้นโอโซนคอยปกป้องเราจากรังสีอันตราย พืชเริ่มเคลื่อนย้ายขึ้นบกเป็นอันดับแรก มีปลากระดูกแข็งชนิดแรกวิวัฒนาการขึ้นในทะเล
500 ล้าน BC สิ่งมีชีวิตเชิงซ้อนมากขึ้น สิ่งมีชีวิตมีวิวัฒนาการเป็นเชิงซ้อนมากขึ้น ท้องฟ้ามีสีฟ้า มีแผ่นดิน
400 ล้าน BC สัตว์เริ่มย้ายขึ้นบก สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก(ซึ่งเป็นสัตว์เลื้อยคลายในเวลาต่อมา)ขึ้นฝั่งครั้งแรกและแก้ปัญหาการขาดน้ำด้วยไข่ที่มีเปลือกแข็งหุ้ม
300 ล้าน BC มีถ่านหิน สิ่งมีชีวิตงอกงามในหนองน้ำใหญ่ในเขตร้อน พืชล้มตายทับถมกลายเป็นถ่านหินอัดทับกันอยู่ใต้ดิน
250 ล้าน BC เกิดการสูญพันธุ์ ยุคไดโนเสาร์ ภูเขาไฟใหญ่สุดปะทุ คาร์บอนไดออกไซต์เต็มบรรยากาศ 70% ของสิ่งมีชีวิตต้องสูญพันธุ์ จบยุคแคมเบียล การสูญพันธุ์เกิดขึ้นซ้ำๆ 5 ครั้งใน 500 ล้านปีที่ผ่านมาเป็นการสับเปลี่ยนไพ่ของสิ่งมีชีวิต

ไดโนเสาครองโลก 160 ล้านปีต่อมา
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมยังไม่สามารถเอาชนะไดโนเสา
ป่าไม้เนื้อแข็งชนิดแรกของโลกเกิดขึ้น
ความถ่วงของดวงจันทร์ปรับโลกให้มีวันละ 24 ชม.อย่างสม่ำเสมอ
ทวีปเริ่มรวมตัวเป็นทวีปเดียวเรียกว่า "แพนเชีย"
แต่ตอนนี้เริ่มแยกตัวออกจากกัน
แอฟริกาแยกตัวจากอเมริกาใต้เกิดมหาสมุทรแอตแลนติค
65 ล้าน BC สิ้นสุดยุคไดโนเสา วัตถุกว้าง 6 ล้านไมล์พุ่งชนโลก ฝุ่นปิดกั้นดวงอาทิตย์ อุณหภูมลดต่ำลง สิ่งมีชีวิตที่หนักว่า 50 ปอนด์สูญพันธุ์ ยุคไดโนเสาสิ้นสุดลง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเริ่มแพร่พันธุ์ วิวัฒนาการให้มีดวงตาด้านหน้าเพื่อรับรู้มิติ มีมือที่บังคับได้พร้อมนิ้วมือทั้ง 5
50 ล้าน BC เกิดหินปูน ทวีปแยกตัว อเมริกาและแอฟริกามีรูปร่างเกือบสมบูรณ์ แอฟริกาทางเหนือจมใต้ทะเลเปลือกของสัตว์โบราณที่มีแคลเซียมกองสะสมนานหลายล้านปีก่อตัวเป็นหินปูน
10 ล้าน BC โลกเย็นลง โลกมีรูปร่างคล้ายปัจจุบัน เกิดแม่น้ำโคโลราโด เกิดแกรนด์แคนยอน เทือกเขาหิมาลัยสูงแบ่งอากาศทำให้โลกเย็นลง คอคอดปานามาเชื่อมอเมริกาเหนือและใต้แบ่งแยกกระแสน้ำทะเลเร่งให้โลกเข้าสู่ยุคน้ำแข็ง
7 ล้าน BC บรรพบุรษของมนุษย์เดิน 2 เท้า บรรพบุรุษของมนุษย์อาศัยอยู่บนต้นไม้ เกิดหญ้าพร้อมกันทั่วโลก ทุ่งหญ้ารุกล้ำเขตป่าไม้ดั้งเดิม ต้นไม้และอาหารเหลือน้อยลิงต้องอพยพไปที่อื่น ลิงต้องยืดส่วนหัวขึ้นให้พ้นต้นหญ้าเพื่อมองหาผู้ล่า เดิน 2 เท้าและมือเคลื่อนที่อิสระ
เวลา
ยุคสมัย
เหตุการณ์หลัก รายละเอียด
2.6 ล้าน BC
ยุคหิน
รู้จักใช้หิน มนุษย์ยุคแรกเอาซิลิคอนแผ่นบางๆทำเป็นมีด ค้อน เครื่องตัด
800,000 BC รู้จักใช้ไฟ ดาวเคราะห์และดาวอื่นมีลาวาแต่โลกเท่านั้นที่มีไฟ (เชื้อเพลิง ความร้อนและออกซิเจน) มนุษย์ใช้ไฟในการปรุงอาหารทำให้อาหาปล่อยแคโลรี่มากขึ้ พลังงานมากขึ้นเพื่อรองรับสมองที่ใหญ่ขึ้นได้
200,000 BC ใช้เสียงสื่อสาร กล่องเสียงมนุษย์ยุคใหม่ได้พัฒนาให้มีเสียงเชิงซ้อนมากขึ้น มีการสื่อสาร แบ่งปันข้อมูล
100,000 BC ย้ายถิ่นฐาน มนุษย์ย้ายถิ่นฐานได้ มีมือที่คล่องแคล่ว มีเครื่องมือ มีไฟ มีการสื่อสาร มนุษย์ย้ายจากแอฟริกา ทวีปยกตัวเชื่อมแอฟริกาและยูเรเชียต่อเป็นแผ่นดินใหญ่ มนุษย์ตอนนี้กระจายไปทั่วโลก
50,000 BC เข้ายุคน้ำแข็ง ธารน้ำแข็งเคลื่อนตัวจากขั้วโลกเหนือ มนุษย์อพยพกันต่อไป ไปจีนออสเตรเลีย
30,000 BC มนุษย์มาถึงยุโรป มนุษย์มาถึงยุโรปเป็นครั้งแรก
20,000 BC วาดภาพเชิงสัญลักษณ์ ยุคน้ำแข็งเป็นยุคที่ลำบากสุดแต่มนุษย์ก็อยู่รอดมาได้ มนุษย์มาถึงทุ่งน้ำแข็งทุนดราของไซบีเรียพัฒนาความสามารถท้ายสุดซึ่งจำเป็นต่อการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์คือการวาดรูปภาพเชิงสัญลักษณ์ ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสายพันธุ์อื่น
12,000 BC มนุษย์กระจายอยู่ทั่วโลก มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่ไม่สูญพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นอาศัยอยู่ฝั่งทะเลหรือภูเขา น้ำแข็งหรือทะเลทราย มนุษย์เดินทางผ่านทางเชื่อมน้ำแข็งไปอเมริกาใต้ ทำให้มนุษย์กระจายไปทั่วโลก
6,000 BC มีการพัฒนาหลายๆด้าน ตอนนี้น้ำแข็งเริ่มละลาย แผ่นดินเริ่มชัดขึ้น แผนที่ชัดขึ้น เกิดแม่น้ำในหลายๆทวีป อากาศอบอุ่นขึ้น มนุษย์เลือกที่จะหยุดการย้ายถิ่นหันมาตั้งถิ่นฐานถาวร ประชากรมากขึ้น รู้จักวิธีเพิ่มปริมาณอาหาร เรียนรู้การหว่านเมล็ดเช่นอ้อย ข้าวสาลี ข้าวบาเล่ย์ ทางตะวันออกกลางเป็นแหล่งปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ที่ดีที่สุด การเพาะเลี้ยงสัตว์ปูทางให้เกิดเมือง
5,000 BC เกิดการค้าขาย เชื่อมโยงอารยธรรม มนุษย์ปักหลักใกล้แม่น้ำ มีการค้าขายและการสื่อสาร ลาก่อให้เกิดการค้าขาย ขนถ่ายสินค้าและเชื่อมโยงอารยธรรม
4,000 BC
ยุคโลหะ , สมัยโบราณ
เรียนรู้การฝึกม้า มนุษย์ในเอเชียกลางเรียนรู้การฝึกม้าครั้งแรกเพื่อใช้เป็นพาหนะ ทำงานและสงคราม ม้าสูญพันธุ์จากอเมริกา แต่ผู้ที่ค้นพบอเมริกาครั้งแรกนำม้าไปด้วยและเพาะเลี้ยงในอเมริกา
3,000 BC เกิดเมือง เกิดกองกำลัง เกิดการเมือง เกิดรัฐบาล การตั้งถิ่นฐานของชาวสุเมเรียนเรียกว่าเมือง ประชากร 50,000 คนในพื้นที่ 1 ตารางไมล์ เกิดการซื้อขาย เมืองยุคแรกๆพืชมีความสำคัญมาก การเพาะปลูกทำได้ปีละ 1 ครั้ง มนุษย์จึงต้องมีการจดบันทึก วางแผน สร้างงานเขียน สร้างกองกำลังเพื่อปกป้องผลผลิต เมื่อจำเป็นต้องบัญชาการกองทัพการเมืองจึงเริ่มขึ้น เมื่อมีคนเยอะจำเป็นต้องมีรัฐบาล
2,000 BC สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ มีการสร้างอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่เช่น ปิรามิด สโตนเฮนจ์ การฉาบสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ มีการเขียนบันทึก มีรถม้า
1,200 BC ยุคเหล็ก ช่างตีเหล็กค้นพบวิธีการตีเหล็กที่อุณหภูมิสูงแทนการใช้ทองแดงหรือดีบุก
600 BC เกิดกองทหารม้า กองทหารม้าได้เริ่มขึ้น มนุษย์ใช้ม้าในการทำสงคราม ม้าและอาวุธเหล็กทำให้เป็นกองกำลังที่แข็งแกร่ง

500 BC อาณาจักรเปอเซียน 2.1 ตารางไมล์
323 BC อาณาจักรอเล็กซานเดอร์ 2 ตารางไมล์
50 BC อาณาจักรฮั่น 2.3 ตารางไมล์
117 AD อาณาจักรโรมัน 1.9 ตารางไมล์

อาณาจักรแผ่ขยายอยู่ภายใต้การควบคุมของศูนย์กลาง
ความเชื่อใหม่ในแนวคิดในพระเจ้าองค์เดียวก่อให้เกิดศาสนายิว คริสต์ อิสลาม
พุทธ ฮินดู
100 BC เกิดเส้นทางสายไหม จักรพรรดิ์จีนส่งคณะเดินทางไปตะวันตกเพื่อหาพันธมิตรเกิดเป็นเส้นทางสายไหมเชื่อมจีนข้ามเอเชียกลางสู่โรมัน เส้นทางการค้าได้นำพาโรคระบาดและศาสนามาด้วย
312 AD
สมัยกลาง
กษัตริย์แห่งอาณาจักรโรมันได้นับถือคริสศาสนา คอนสแตนติน กษัตริย์แห่งอาณาจักรโรมันได้นับถือคริสศาสนา จึงปูทางให้เป็นศาสนาหลักของยุโรปและตะวันตก
600 AD โรคระบาดครั้งใหญ่ เกิดศาสนาอิสลาม เส้นทางการค้าได้นำพาโรคระบาดครั้งใหญ่และศาสนามาด้วย เกิดศาสนาอิสลาม
1,000 AD การค้าขายชาวอาหรับเจริญรุ่งเรือง ชาวอาหรับอยู่ใจกลางศูนย์รวมการค้ามีอิทธิพลต่อการเชื่อมโลก ชาวอาหรับแล่นเรือค้าขายถึงจีน ใช้อูฐเดินทางข้ามทะเลทรายซาฮารา ค้าขายไปทั่วโลก เกลือ พืช กระดาษและแนวคิดอื่นๆกระจายไปทั่วโลกเช่นกัน
ย่านชาวอิสลามในแอฟริกาเหนือพ่อค้าชาวอิตาเลียนเริ่มระบบการนับแบบง่ายๆแต่ใช้การได้ดี เผยแพร่สู่ยุโรปและทั่วโลกใช้การนับอย่างเดียวกัน การค้าเจริญรุ่งเรืองคนในปัจจุบันจึงใช้จำนวนอารบิก
1,200 AD ชาวจีนค้นพบดินปืน ชาวจีนค้นพบสูตรทางเคมีที่ทำให้ตายโดยผสมคาร์บอน กำมะถันและดินปะสิวได้เป็นดินปืน สูตรทำดินปืนได้ข้ามผ่านเส้นทางสายไหมสู่ชาวอาหรับในที่สุด
1,492 AD เกิดอารยธรรม กรุงโรมล่มสลาย ค้นพบอเมริกา มีคนบนโลก 400 ล้านคน อารยธรรมแอสเทค มายัน อินคาเกิดขึ้นในอเมริกา กรุงโรมล่มสลายเกิดเป็นรัฐอิสระ
คริสโตเฟอโคลัมบัสชาวอิตาลีโน้มน้าวเงินทุนจากผู้ปกครองชาวยุโรป พระราชาและราชินีสเปนสนับสนุนการเดินทางของเขาเพื่อหาดินแดนทางอินเดีย แต่เขากลับพบเส้นทางใหม่คืออเมริกา
1,700 AD
สมัยใหม่
การปฎิวัติอุตสาหกรรม มนุษย์ยังเรียบง่ายเหมือนโบราณ รู้จักใช้พลังงานจากถ่านหินคู่กับสิ่งประดิษฐ์ สิ่งประดิษฐ์แรกคือเครื่องสูบน้ำพลังไอน้ำที่มาจากเกิดจากการเผาถ่านหิน ทำให้ปลดปล่อยขีดจำกัดจากพลังงานมนุษย์ การปฎิวัติอุตสาหกรรมเกิดการคิดค้น เครื่องยนต์สันดาปเกิดเป็นรถยนต์ น้ำมันกลายเป็นสินค้าสำคัญ ต่อจากนั้นมีโทรเลข โทรศัพท์ ไฟฟ้า
1,800 AD อำนาจเปลี่ยนถ่ายมาสู่ตะวันตก เครือข่ายการค้าได้ขยายมาสู่อเมริกา อำนาจเปลี่ยนถ่ายมาสู่ตะวันตก มีการถ่ายเทพันธุ์พืชไปทวีปต่างๆ ประชากรเป็น 900 ล้านคน ช่วงหลายปีของการเดินทางของโคลัมบัสได้ฆ่าประชากรท้องถิ่นไปถึง 95% ด้วยปืนและโรคติดต่อ ชาวยุโรปใช้แรงงานทาสปลูกอ้อยเพื่อทำน้ำตาล ชาวยุโรปควบคุมพื้นที่กว่า 35% บนโลก
1,900 AD ชาวยุโรปควบคุมพื้นที่ 85% บนโลก ชาวยุโรปควบคุมพื้นที่ 85% บนโลก
2,000 AD 1900-2000 เกิดสงคราม เชื้อเพลิงส่งเสริมทุกด้านรวมถึงสงครามด้วย คนถูกค่าฆ่าตายจากสงครามมาก ประชากร 6,000 ล้านคน
ปัจจุบัน สมัยปัจจุบัน ประชากร 7,000 ล้านคน

แหล่งข้อมูล

21 January 2013

กับดักยุง ทำเอง ปลอดภัยไร้สารพิษ




เรียบเรียงจาก Sponge ฉลาดสุดๆ
โดยนายณัฐชนน แก้วแสน ชั้น ม.403 เลขที่ 2
นายทักษะ แก้วประจุ ชั้น ม.403 เลขที่ 6
โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช ครูที่ปรึกษา ครูเชาวน์ สุวรรณชล


ยุง
มีความยาว 10 มม. น้ำหนัก 3 มก.

ยากำจัดยุง

            เป็นยาที่ใช้ง่ายและสะดวก มีฤทธิ์แรงมาก  สารเพอร์เม-ทริน เป็นสารที่รบกวนการทำงานของระบบต่มไร้ท่อ ยากันยุงในเกาหลีใช้เป็นส่วนประกอบ แต่ในยุโปรห้ามไม่ให้ใช้
           
สารเพอร์เม-ทริน มีฤทธิ๊แรงมาก ทำให้ยุงตายได้อย่างรวดเร็ว มีผลเสียต่อร่างกายทำให้ ปวดหัว เหนื่อยอ่อน อาจารหรือท้องเสีย เป็นต้นได้ ถ้าเด็กๆได้รับสารประเภทนี้มากอาจทำให้หยุดการเจริญเติบโตได้ ในกรณีของผ็ใหญ่นั้นจะทำให้เป็น :O เยื้อบุโพรงหมดลูกขึ้นผิดที่ หรือทำให้อสุจิลดลงได้ครับ

การทดลอง

            ใส่สารเรืองแสงลงในยากำจัดยุง เพื่อทำให้สามารถเช็คด้วยหลอดไฟอินฟาเรตได้ เมื่อปล่อยยุงไป 30 ตัว ทั่วห้อง แล้วฉีดยากำจัดยุงไปทั่วๆ ทำให้ยุงตายหมด แต่จะมีสารตกค้างเหลืออยู่เต็มไปหมด
           
ตามการทดลองของพิษสารเพอร์เม-ทริน ที่มีผลต่อหนู หนูที่ได้รับสารนี้มีความผิดปกติ และความล่าช้าของการเจริญเติบโตเกิดขึ้น

วิธีใช้สารสเปรย์กำจัดยุง

            หลังจากพ่นยากำจัดยุงที่มีส่วนประกอบของ สารเพอร์เม-ทรินเสร็จแล้ว อย่าเข้าไปใกล้ครับ ถ้าโดนผิวหนังก็ต้องล้างให้สะอาดและเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย ก็จะไม่ได้รับอันตราย
           
sponge แนะนำว่า หลังจากพ่นเสร็จให้ทิ้งเอาไว้จนกว่าส่วนประกอบของยากำจัดยุงที่อยู่ที่อยู่ ภายในห้องสลายจนหมดก่อน ไม่ควรพ่นใส่สิ่งของที่เด็กๆ จะต้องสัมผัส ถ้าโดรมือหรือสิ่งของควรล้างด้วยสบู่ในทันที

Q:ถ้าพ่นยากำจัดยุงลงบนบริเวณที่ยุงกัด?

ตอบ ถ้าโดนผิวหนัง อาจเกิดอาการผิวหนังอักเสบ เช่น ผดผื่นหรือจุดแดงเป็นต้นได้ ถ้าเป็นเด็กที่ป่วยเป็นเยื่อจมูกอักเสบ โรคหึด หอบ หรือโรคผื้นภูมิแพ้ที่ผิวหนัง อาจเกิดอาการที่รุนแรงขึ้นได้ครีบ ถ้าโดนผิวหนังควรล้างด้วยน้ำสบู่หรือน้ำไหลให้สะอาดทันที ถ้าเกิดอาการผิดปกติอื่นๆ เช่นอาการผิดปกติที่เป็นผิวหนังควรรีบเข้าพบและรับคำปรึกษาจากแพทย์ทันที ครับ
                ยาจุดกันยุง
                ยาจุดกันยุงเท่ากับบุหรี่ประมาณ 50 มวน เหมือนกัน
Q:ยาจุดกันยุงเท่ากับบุหรี่ประมาณ 50 มวนจริงหรือ?
ตอบ ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยคาทอลิกพบว่าปริมาณฝุ่นขนาดเล็กของยาจุดกันยุงหนึ่ง อันนั้น เท่ากับฝุ่นขนาดเล็กทีเกิดจากบุหรี่จำนวน 40 มวนขึ้นไป แถมยังปล่อยฟอร์มาลีนออกมาด้วยครับ จึงเป็นอันตรายมาก ถึงขั้นทำให้สียชีวิตได้
                การทดลอง เปรียบเทียบยาจุดกันยุง 1 vs บุหรี่ 50
                โดยจุดยากันยุง 1 อัน และบุหรี่ 50 มวน แต่ละอย่างก็ปล่อยควันออกมา ผ่านไป 5 นาที ควันของบุหรี่เป็นสีขาวค่อนข้างหนา เมื่อเทียบกันแล้วควันแตกต่างกันชุดเจน วัดปริมาณฝุ่นละออง,ฟอร์มาลีนและคาร์บอนได้ออกไซด์ที่ออกจะบุหรี่ 50 มวนก่อนจุดแล้วทิ้งไว้ในกล่องแก้ว 3 นาที พบว่ามีควันสีขาวของบุหรี่ เมื่อเปิดออก พบควันจำนวนมากลอยขึ้น ผลการวัดสารพิษในอากาศของบุหรี่ที่ลอยในอากาศได้ ฝุ่นละออง 1804mg/m3 ฟอร์มอลีน 205mg/m3 คาร์บอนได้ออกไซด์ 2232ppm ส่วนยาจุดกันยุงใช้วิธีเดียวกันนั้น ควันของยาจุดกันยุง เบาบางมาก ผลของยาจุดกันยุงอันเดียวพบว่าได้ฝุ่นละออง 1901.6mg/m3 ฟอร์มาลีน500mg/m3 คาร์บอนได้ออกไซด์ 954ppm ทั้งยาจุดกันยุง 1และบุหรี่ 50 มวน มีปริมาณใกล้เคียงกัน
Q:ผลการทดลองเป็นอย่างไร?
ตอบ ในการทดลองครั้งนี้เราจำกัดเอาไว้ในพื้นที่ปิดสนิทและพบการปนเปื้อนของสาร ได้ 5 อย่าง โดย 4 ใน 5 เป็นค่าใกล้คียงกันการตรวจควันจากบุหรี่ 50 มวนครับ ในจำรวนนั้นมีสารฟอร์มาลีนซึ่งระเหยกลายเป็นไอ ได้อยู่ด้วย สารนี้อาจทำให้เกิดอาการผื่นแพ้ขึ้นกับเด็กๆได้นะครับ โดยค่าที่วัดได้ยาจุดกันยุงมากกว่าในบุหรี่ถึง 2 เท่าเลยทีเดียว และเมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานที่กำหนดเอาไว้ถือว่าสูงมากกว่าถึง 5 เท่าด้วยครับ
…..
ยากันยุงแบบไฟฟ้า
ยากันยุงแบบไฟฟ้ามีความอันตรายเช่นกัน โดยในยากันยุงแบบนี้มีส่วนผสมของสารในกลุ่มไพรีทรอยด์สังเคราะห์หรือสาร อินทรีแบบมีพิษอยู่ ซึ่งมีส่วนผสมที่มีฤทธิ์กำจัดแมลง เมื่อสารเหล่านี้ผ่านเครื่องรมควันไฟฟ้าออกมา เมื่อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนัง หรือระบบหายใจอาจทำให้เกิดอาการต่างๆ ขึ้นมาได้ เช่น ปวดหัว น้ำมูกไหล ไอจาม ภูมิแพ้ที่ผิวหนังแบบรุนแรง หรืออาจทำให้เป็นหมันได้
 กับดักยุง ที่ sponge นำเสนอ สิ่งที่ต้องเตรียมคือ
- ขวดเพ็ท                                                    
- น้ำตาลทรายแดง
- ยีสต์
วิธีการทำกับดักยุง
1.ตัดส่วนบนของขวดเพ็ท                       
2. ใส่น้ำตาลทรายแดง 50 g ลงในน้ำร้อน 200 ml แล้วคน ให้ละลาย
3.ใส่น้ำเชื่อมที่เย็นตัวลงเล็กน้อยลงไปในขวด แล้วตักยีสต์ใส่ไป 1 ช้อน
4.นำปากขวดเพ็ทที่ตัดเอาไว้มาใส่ในลักษณะกลับหัว แล้วยึดให้แน่น
5.ใช้กระดาษสีดำห่อขวดเพ็ทเอาไว้
 ผลการทดลองใช้กับดักยุงของ sponge
พบว่ามียุงจำนวนมากตายในกับดักยุง  ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะเมื่อน้ำตาลทรายแดงกับยีสต์ทำปฎิกิริยากัน จะเกิดการหมักบ่มระหว่างกระบวนการหมักบ่มจะเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา และยุงจะจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นี้ได้ ก๊าซจึงกลายเป็นตัวล่อให้ยุงเข้ามาในกับดัก
ซึ่งสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีเลือดจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ระหว่างการหายใจ ยุงจึงคิดว่า ที่ที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาคือแหล่งเลือด ยุงจึงบินมาตามก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จึงทำให้ยุงเข้ามาในขวดได้

ที่มา teacherchao.wordpress.com

11 December 2012

ว่าด้วยเรื่องของ sin cos tan

โตจนป่านนี้แล้วยังมีโอกาสได้ใช้กฎ sin cos tan อยู่บ้าง
นั่งนึกอยู่นาน cos45 มีค่าเท่าไหร่ว๊า ...
เปิด google โดยพลัน

การหาค่ามุม sin cos และ tan โดยใช้มือ?

http://www.sirikanlaya.com/blog/taxonomy/term/64


นี่เป็นเทคนิคการจำค่ามุม sin cos และ tan นะค่ะ แบบสรุปก็คือ

1. ใช้มือซ้ายหันฝ่ามือเข้าหาตัวเอง ถ้าต้องการหา sin ให้หักทีละนิ้วจากซ้ายไปขวา แต่ละครั้งให้หารด้วย 2            

         หัวนิ้วโป้ง     หมายถึง    sin 0     องศา  มีค่าเท่ากับ root 0/2 = 0
         หักนิ้วชี้         หมายถึง    sin 30  องศา  มีค่าเท่ากับ root 1/2
         หักนิ้วกลาง  หมายถึง    sin 45   องศา  มีค่าเท่ากับ root 2/2
         หักนิ้วนาง    หมายถึง    sin 60   องศา   มีค่าเท่ากับ root 3/2
         หักนิ้วก้อย    หมายถึง    sin 90   องศา  มีค่าเท่ากับ root 4/2 = 1

2.  ถ้าต้องการหา cos ให้หักทีละนิ้วจากขวาไปซ้าย แต่ละครั้งให้หารด้วย 2 เช่นเดียวกัน

         หักนิ้วก้อย    หมายถึง    cos 0   องศา     มีค่าเท่ากับ root 4/2 = 1
         หักนิ้วนาง    หมายถึง    cos 30   องศา    มีค่าเท่ากับ root 3/2
         หักนิ้วกลาง  หมายถึง    cos 45   องศา    มีค่าเท่ากับ root 2/2
         หักนิ้วชี้        หมายถึง    cos 60   องศา    มีค่าเท่ากับ root 1/2
         หักนิ้วโป้ง    หมายถึง    cos 90   องศา    มีค่าเท่ากับ root 0/2 = 0

3.  ถ้าต้องการหา tan ให้นำค่าที่ได้จากการหาในข้อ 1. และ ข้อ 2. มาหารกัน
     เนื่องจากความสัมพันธ์ของ tan = sin/cos  ยกตัวอย่างเช่น
     ต้องการหา tan 60 องศา = sin 60 / cos 60 = root 3/2  หารด้วย root 1/2 = root 3

** อย่าลืมนะว่า sin จากซ้ายไปขวา  cos จากขวาไปซ้าย


ฟังก์ชันตรีโกณมิติ ง่ายเพียงพลิกฝ่ามือ

http://www.getdd.net/science/15-trihand.html

article_015จาก การระลึกได้ เมื่อสมัยเป็นเด็กนักเรียน ครูสอนคณิตศาสตร์ได้แนะนำวิธีการจดจำสูตรในการหาค่าของฟังก์ชันตรีโกณมิติ แบบง่ายๆ เรียกว่า ง่ายแบบพลิกฝ่ามือ ทำไมว่าอย่างนั้น ก็เพราะว่า มือของเรานั้นเองที่เป็นเครื่องคำนวณค่าของฟังก์ชันตรีโกณมิติเหล่านั้น  วันนี้ก็เลยมาเขียนเอาไว้เพื่อจะเป็นแนวทางในการทำโจทย์หรือแนวทางในการสอน ของครูรุ่นใหม่ๆ
การหาฟังก์ชันตรีโกณมิติแบบพลิกฝ่ามือนี้ สามารถใช้ได้กับคนที่มีมือซ้ายข้างเดียวนะครับ (ถ้าใครมีสองข้างก็เอามาใช้ข้างเดียวก็พอครับ) เอาล่ะครับ ต่อไปเราต้องเสียสละมือซ้ายของเราแล้วล่ะ โดยการเอามือซ้ายมาเขียนตัวเลขมนต์ดำลงไป ดังนี้
ที่นิ้วมือแต่ละนิ้วเขียนมุมที่เราจะใช้ในการคำนวณลงไป ดังนี้
        นิ้วหัวแม่มือ    เขียนเลข   0
        นิ้วชี้              เขียนเลข   30
        นิ้วกลาง         เขียนเลข   45
        นิ้วนาง           เขียนเลข   60
       นิ้วก้อย          เขียนเลข    90
ต่อไปลงเลขกำกับที่กลางฝ่ามือด้วย 2  ดังภาพ

ในการหาค่าฟังก์ชันตรีโกณมิติของมุมที่เราต้องการ มุมนั้นคือมุมบนนิ้วมือของเราครับ ที่ได้เขียนเลขกำกับเอาไว้แล้ว เพื่อให้เกิดความเข้าใจง่ายๆ ผมจะแสดงการหาค่า sin, cos และ tan ของมุม 45 องศา
1. หักนิ้วที่เขียนเลขมุม 45 องศา ลงมา จะมีลักษณะดังภาพ  จะเห็นว่านิ้วมือของเราถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งครับ กำหนดให้เป็นฝั่ง Sin และ Cos

2. การหาค่าฟังก์ชันตรีโกณมิติ จะใช้รากที่สองของจำนวนนิ้วในแต่ละฝั่ง นำมาหาด้วยค่าตัวเลขที่ฝ่ามือของเรา คือ 2 นั่นเอง ดังนั้นค่าฟังก์ชันตรีโกณมิติของมุม 45 องศา ก็จะได้ ดังนี้ครับ
  ค่า  Sin 45  จะได้จาก  รากที่สองของจำนวนนิ้วฝั่ง Sin 2 นิ้ว หารด้วย 2  หรือ มีค่าเท่ากับ {tex} \frac{\sqrt{2}}{2} {/tex}
  ค่า  Cos 45 จะได้จาก รากที่สองของจำนวนนิ้วฝั่ง Cos 2 นิ้ว หารด้วย 2 หรือมีค่าเ่ท่ากับ {tex} \frac{\sqrt{2}}{2}{/tex}
  ค่า  tan 45 จะได้จากการหาค่า {tex}\frac{sin 45}{cos 45}{/tex}  หรือ รากที่สองของจำนวนนิ้วฝั่ง sin หารด้วย รากที่สองของจำนวนนิ้ว ฝั่ง Cos จะมีค่าเท่ากับ {tex}\frac{\sqrt{2}}{\sqrt{2}}{/tex} หรือ 1 นั่นเอง

3.  การคำนวณหาค่าฟังก์ชันตรีโกณมิติของมุมในนิ้วอื่นๆ ก็เช่นเดียวกันครับ บางคนลองแล้วเกิดความสงสัยว่า แล้วมุม 0 เมื่อหักนิ้วหัวแม่มือลงมา ฝั้ง Sin จะเหลืออะไร ตอบเลยครับว่าเหลือ 0 นิ้วนั่นเอง จะทำให้ได้ sin 0 = {tex}\frac{0}{2}{/tex}  หรือ cos 0 = {tex}\frac{\sqrt{4}}{2}{/tex} และ tan 0 = {tex}\frac{0}{\sqrt{4}}{/tex} นั่นเอง

หวังว่าเทคนิ้วการหาค่าฟังก์ชันตรีโกณมิติแบบง่ายๆ นี้จะช่วยในยามคับขันได้นะครับ  ถ้าฝึกบ่อยๆ ก็ไม่จำเป็นจะต้องเขียนตัวเลขลงฝ่ามือนะครับ เพราะตัวเลขจะอยู่ในใจเสมอ ลองเอาไปฝึกกันดูครับ แล้วจะหาเทคนิคดีดีมาฝากกันอีก ตามหลักการของเราที่จะมอบให้แต่สิ่งดีดี

11 November 2012

สถานที่ทำบุญและแบ่งปันความรัก

ขอชวนร่วมแบ่งปันความรักให้แก้ผู้ด้อยโอกาส และต้องการที่พึ่งค่ะ


ใครอยากทำบุญเนื่องในโอกาสพิเศษ หรืออยากทำบุญเพื่อให้ใจสว่าง เพื่อช่วยคนอื่น เพื่อได้รู้จักความรักในรูปแบบการให้ แนะนำนะคะ จะไปคนเดียว ไปเป็นคู่ เป็นครอบ เป็นหมู่คณะ หรือจะช่วยกันประชาสัมพันธ์ส่งเสริมให้เพื่อนๆที่เรารู้จักมาช่วย เพื่อนๆ ที่เราไม่รู้จักกันก็ได้ค่ะ ^^
รวบรวมสถานที่ส่งความรักต่างๆ มาไว้ให้ในที่เดียวค่ะ มีทั้งทำบุญกับพระ ช่วยเหลือ เด็ก สตรี คนพิการ คนชรา ^^ (ถ้าสถานที่ไหนไม่มีเวปก็เอาที่อยู่มาให้ค่ะ) ^^

ทำบุญกับพระสงฆ์อาพาธ

ให้ความรักแก่เพื่อนหญิงที่โดนทำร้าย ให้กำลังลุกขึ้นมาเดินก้าวต่อไป

  • บ้านพักฉุกเฉิน
    http://www.apsw-thailand.org/socialworker_TH.htm
  • สถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี
    http://www.baanthanyaying.com/
  • ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพสตรีภาคเหนือ จังหวัดลำปาง
    http://www.northwomen.go.th/
  • สถานสงเคราะห์บ้านกึ่งวิถีหญิง
    133 หมู่ที่ 2 ถนนรังสิต - นครนายก ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี โทร. 0-2577-2898

ให้ความรัก ช่วยเหลือเด็กที่ถูกทอดทิ้ง ให้เขามีอนาคตที่สดใส

ให้ความรักแก่เด็กที่ขาดทั้งกาย(พิการ) และต้องการกำลังใจ

  • สถานสงเคราะห์เด็กพิการและทุพพลภาพปากเกร็ด
    http://www.nontapum.com/
  • สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา
    http://www.fuengfah.com/
  • สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญาจังหวัดราชวิถี
    http://www.ratchaburihome.com/th/
  • สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา (หญิง) บ้านราชาวดีหญิง
    http://www.rachawadeeying.com/th/index.php

ให้ความรักแก่ผู้พิการ ขาดโอกาส

ให้ความรักแก่คนชรา เป็นกำลังใจแทนลูกหลาน

  • สถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแค
    http://www.banbangkhae.go.th/index.php
  • สถานสงเคราะห์คนชราบ้านธรรมปกรณ์วัดม่วง จ. นครราชสีมา
    38 ถ.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30000 โทร. 0-4424-2490
  • สถานสงเคราะห์คนชราบ้านธรนมปกรณ์เชียงใหม่ จ. เชียงใหม่
    1 ถ.มูลเมือง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000 โทร. (053) 278573
  • สถานสงเคราะห์คนชราบ้านธรรมปกรณ์โพธิ์กลาง จ. นครราชสีมา
    http://www.banphoklang.com/
  • สถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางละมุง จ. ชลบุรี
    http://www.thaigiving.org/node/155
  • สถานสงเคราะห์คนชราบ้านทักษิณ จ. ยะลา
    62 ถ.สุขยางค์ ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา 95000โทร. 0-7321-2904
  • สถานสงเคราะห์คนชราบ้านจันทบุรี จ. จันทบุรี
    54/5 ม.10 ต.ทุ่งเบญจา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี 22170 โทร. (039) 321649
  • สถานสงเคราะห์คนชราบ้านอู่ทองพนังตัก จ. ชุมพร
    44/1 ม.4 ต.นาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร 86000 โทร. 0-7750-3464
  • สถานสงเคราะห์คนชราบ้านมหาสารคาม จ. มหาสารคาม
    227 หมู่ที่8 ถ.สายมหาสารคาม-วาปีฯ ต.แวงน่าง อ.เมือง จ.มหาสารคาม 44000 โทร. 0-4377-7124
  • สถานสงเคราะห์คนชราวาสนะเวศม์ฯ จ. อยุธยา
    200/11 ม.2 ต.บ่อโพง อ.นครหลวงจ.พระนครศรีอยุธยา 13260 โทร. 0-3535-9277
  • สถานสงเคราะห์คนชราบ้านนครปฐม จ. นครปฐม
    1/1 ม.5 ต.สนามจันทร์ อ.เมือง จ.นครปฐม โทร. (034) 255102
  • สถานสงเคราะห์คนชราวัยทองนิเวศน์ แม่แตง จ. เชียงใหม่
    304 ม.7 ต.สันมหาพน อ.แม่แตงจ.เชียงใหม่ 50150 โทร. 0-5347-1491
  • สถานสงเคราะห์คนชราบ้านเขาบ่อแก้ว จ. นครสวรรค์
    90 ม.3 ต.นิคมเขาบ่อแก้ว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ 60130 โทร. (056) 342021
  • สถานสงเคราะห์คนชราบ้านภูเก็ต จ. ภูเก็ต
    132 ม.2 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต 83110โทร. 0-7626-0446
  • สถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางแค 2 กรุงเทพมหานคร
    69/4 ม.9 ซ.คลองหนองใหญ่ แขวงบางแคเขตบางแค กทม. 10160 โทร. 0-2455-6318
  • สถานสงเคราะห์คนชราบ้านห้วยยอด จ. ตรัง
    133 ม.2 ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง 92000 โทร. 0-7521-2340

ให้ความรัก ช่วยเหลือน้องหมา น้องแมว สัตว์ต่างๆ ที่ต้องการความรัก แต่พูดบอกใครไม่ได้

ที่มา sangtean.com

06 November 2012

ทำอย่างไรให้เชื่อในสิ่งที่ไม่น่าเชือ

ทุกวันนี้เราทุกคนได้รับข่าวสาร อยู่ตลอดเวลา ทั้งจากหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ การอภิปรายตามที่ต่างๆ จำเป็นอย่างยิ่งต้องมีวิจารณญาน คิดทบทวนข่าวสารที่ได้รับว่ามีแนวโน้มเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใด

หลักการโฆษณาชวนเชื่อ อาจสรุปง่ายๆ 7 ข้อ ได้แก่
  1. โจมตีตัวบุคคล
  2. พูดซ้ำแล้วซ้ำอีก
  3. โกหกคำโต ปกติผู้คนมักเชื่อการโกหกคำโต มากกว่าการโกหกเล็กๆน้อยๆ
  4. สร้างสมญานาม สร้างภาพให้ฝ่ายตรงข้าม
  5. ตรรกะผิด-ถูก แบบขาว-ดำ ใครอยู่ฝ่ายตนจะเป็นฝ่ายถูกฝ่ายธรรมะ ฝ่ายตรงข้ามเป็นฝ่ายอธรรม
  6. จุดมุ่งหมายสูงส่ง
  7. ควบคุมกำจัดข้อมูลผ่านสื่อสารมวลชน

อ้างอิง
กิติมา สุรสนธิ. การสื่อสารสาธารณมติ. คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2550.

หวังว่าผู้อ่านจะได้นำไปใช้ประโยชน์ในการพิจารณาข่าวสารที่ได้รับตามสมควรนะครับ

ที่มา : jikjokkheaw

15 January 2010

Patial of the sun : สุริยุปราคาปี 53

ปรากฎการ์จากดวงอาทิตย์ต้นปีนี้คงไม่ค่อยจะบันเทิงเริงรมณ์สำหรับใครซักเท่าไหร่ เพราะเมื่อไม่กี่ ชม. ที่ผ่านมาเกิดเหตุแผ่นดินไหวในเฮติ มีผู้คนล้มตายไปแล้วกว่า 7,000 คน ชนให้นึกถึงว่าคนพวกนั้นเค้าไปทำกรรมอะไรมากันะ เค้าถึงได้ต้องมาตายพร้อมกันมากมายขนาดนี้

มาดูสุริยุปราคาจากมุมมองโซนี่กันบ้าง

และข้างล่างเป็นสุริยปราคาจากสื่อ

สุริยุปราคา



สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาต

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผยจะเกิดสุริยุปราคาแบบบางส่วนปีนี้ เห็นได้ทุกภาค แม่ฮ่องสอนนานสุด 3 ชั่วโมง 6 นาที จับมือ มช. - สวนราชพฤกษ์ จัดมหกรรมดู สุริยคราส ชี้ถ้าพลาดต้องรอปี 2555

ร.ศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์กรมหาชน) เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติฯ หรือ สดร. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสวนเฉลิมพระเกียรติราชพฤกษ์ กำหนดจัดมหกรรมสังเกต ปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งแรก และครั้งเดียวของปี 2553 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 15 มกราคม เวลา 13.30 - 17.30 น. โดยจัดขึ้น 2 แห่ง บริเวณสนามรักบี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และทางเข้าสวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์

"การเกิดสุปริยุปราคาในวันที่ 15 มกราคม จะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวของปีนี้ ซึ่งถือเป็นการต้อนรับศักราชใหม่ หากประชาชนพลาดการชมปรากฏการณ์ในครั้งนี้จะต้องรอไปอีก 2 ปีจึงจะเกิดขึ้นอีกครั้ง และยังถือเป็นโชคดีของภาคเหนือและจังหวัดเชียงใหม่ ที่จะสามารถสังเกตการบดบังได้ชัดเจนมากที่สุดอีกด้วย" ร.ศ.บุญรักษา กล่าว

สำหรับการเกิดสุริยุปราคาครั้งนี้ จะเป็นสุริยุปราคาแบบวงแหวน หรือแบบบางส่วน โดยเป็นผลมาจากการที่โลกเข้ามาอยู่ในตำแหน่งใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด (perihelion) ในวันที่ 3 มกราคม ทำให้มองเห็นขนาดปรากฏของดวงอาทิตย์ใหญ่มากกว่าปกติ ในขณะเดียวกันดวงจันทร์ก็เคลื่อนไปอยู่ที่ตำแหน่งห่างจากโลกมากที่สุด (apogee) ในวันที่ 17 มกราคม ทำให้มองเห็นขนาดปรากฏของดวงจันทร์เล็กกว่าปกติ แล้วเมื่อดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลกมาอยู่แนวเดียวกันในวันที่ 15 มกราคม 2553 ดวงจันทร์จึงมีขนาดปรากฏเล็กกว่าดวงอาทิตย์และบังดวงอาทิตย์ไม่มิดทั้งดวง แต่จะมองเห็นดวงอาทิตย์สว่างเป็นวงแหวนโดยมีดวงจันทร์มืดอยู่ตรงกลาง

ทั้งนี้ ปรากฏการณ์สุริยุปราคาวงแหวน จะเริ่มต้นที่ทวีปแอฟริกา ผ่านประเทศชาด ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ยูกันดา เคนยา และโซมาเลีย แล้วออกจากทวีปแอฟริกาเข้าสู่มหาสมุทรอินเดีย และที่ตำแหน่งละติจูด 1 องศา 37 ลิปดาเหนือ ลองจิจูด 69 องศา 17 ลิปดาตะวันออก ในมหาสมุทรอินเดียจะเป็นตำแหน่งที่เกิด สุริยุปราคา นานที่สุด คือ 11 นาที 8 วินาที

หลังจากนั้นจะผ่านเข้าสู่ทวีปเอเชีย ผ่านบังกลาเทศ อินเดีย พม่าและเข้าสู่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน สำหรับปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนสามารถมองเห็นได้เป็นบริเวณกว้างตาม บริเวณที่เงามัวของดวงจันทร์พาดผ่าน เช่น ยุโรปตะวันออก ทวีปแอฟริกา เอเชีย และประเทศอินโดนิเซีย

สำหรับประเทศไทย สามารถสังเกต สุริยุปราคา ได้ทั่วทุกภูมิภาค แต่จะเกิดขึ้นในเวลาที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ จะเกิดนานที่สุดในภาคเหนือเป็นเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 6 นาที ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ดวงอาทิตย์จะถูกดวงจันทร์บดบังมากที่สุดถึงร้อยละ 77 โดยทาง สดร. จะจัดเตรียมอุปกรณ์ใช้ดูดวงอาทิตย์ ทั้งกล้องโทรทัศน์ติดแผ่นกรองแสงโซลาร์สโคป (Solarscope) กล้องรูเข็ม แผ่นฟิล์มเอ็กซ์เรย์ แผ่นดีวีดี ฯลฯ และยังจะมีการเตรียมแว่นดูดวงอาทิตย์ผลิตจากแผ่นฟิล์มที่ปลอดภัยใช้สำหรับ ดูดวงอาทิตย์โดยเฉพาะ นอกจากนี้ จะถ่ายทอดผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่ http://www.narit.or.th/ อีกด้วย

27 January 2009

RING OF FIRE : สุริยุปราคา












วันนี้ขอยกเหตุการใกล้ตัวมากๆ มาเขียนซะหน่อย (อยู่บริษัทสนุกมากมาย)
เมื่อวานตอนบ่ายๆ(26 มค. 2552) ได้มีโอกาสเห็น พระอาทิตย์โดนเขมือบ หรือสุริยุปราคานั่นเอง
ถ่ายรูปติดมากับมือด้วย เค้าบอกกันว่าไม่ให้ดู ด้วยตาเปล่าโดยตรง
เพราะมันจะทำให้เสียสายตา ผมก็มีวิธีดูครับ
ดูผ่านกล้องโซนี่ ไม่เสียสายตา ชัวร์

รูปแรกที่เห็นดำๆ หน่ะเพราะว่าเพื่อนบอกให้ใช้แผ่น floppy disk สิเห็นชัดชัวร์
ลองดู ดำปี๋เลย เอาออกดีกว่า
พอดีรูป 2 กับ 3 มีเมฆมาช่วยกรองแสงไปบางส่วน อ๊าา มองด้วยตาเปล่าได้แล้ว
เลยรีบชักภาพสวยๆ เก็บไว้เป็นที่ระลึกในต้นปี ไป...















แอบเอาข้อมูลบางส่วนมาลงเก็บไว้นะครับ


ขั้นตอนการเกิดสุริยุปราคา 26 มกราคม 2552

สถานที่

เริ่ม

บังเต็มที่

สิ้นสุด

เวลา

มุมเงย

เวลา

มุมเงย

ขนาด

เวลา

มุมเงย

ขนาด

กรุงเทพฯ

15.53 น.

31°

17.00 น.

16°

0.452

17.59 น.

-

ขอนแก่น

15.59 น.

26°

17.02 น.

13°

0.413

17.58 น.

-

เชียงใหม่

16.05 น.

27°

17.02 น.

15°

0.304

17.54 น.

-

นครราชสีมา

15.56 น.

28°

17.01 น.

14°

0.442

17.59 น.

-

นครศรีธรรมราช

15.41 น.

36°

16.56 น.

20°

0.576

18.00 น.

-

นราธิวาส

15.38 น.

36°

16.54 น.

19°

0.650

18.00 น.

-

ประจวบคีรีขันธ์

15.49 น.

33°

16.58 น.

18°

0.491

18.00 น.

-

ภูเก็ต

15.40 น.

38°

16.55 น.

22°

0.568

18.00 น.

-

ระยอง

15.51 น.

31°

16.59 น.

16°

0.489

18.00 น.

-

สงขลา

15.39 น.

38°

16.54 น.

21°

0.615

18.00 น.

-

สุโขทัย

16.01 น.

28°

17.01 น.

15°

0.360

17.56 น.

-

อุบลราชธานี

15.56 น.

26°

17.01 น.

11°

0.469

17.56 น.

0.042


หมายเหตุ :

  1. "ขนาด" หมายถึงสัดส่วนที่ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ วัดตามแนวเส้นผ่านศูนย์กลางของดวงอาทิตย์ ยิ่งมีค่ามากแสดงว่าดวงอาทิตย์ยิ่งแหว่งเว้ามาก (0.5 หมายถึงดวงอาทิตย์ถูกบังครึ่งดวง เป็นต้น)
  2. จากตารางแสดงว่าบางจังหวัดในภาคอีสาน ดวงอาทิตย์ตกก่อนที่ปรากฏการณ์จะสิ้นสุด
  3. ในความเป็นจริง ดวงอาทิตย์อาจถูกเมฆหมอกใกล้ขอบฟ้าบดบังหายไปก่อนที่จะลับขอบฟ้าจริง ๆ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและสภาพแวดล้อม ณ จุดสังเกตการณ์
  4. เวลาดวงอาทิตย์ตกในที่นี้ ใช้เวลาเมื่อขอบด้านบนของดวงอาทิตย์แตะขอบฟ้า
  5. อำเภอเมืองของจังหวัดอื่น ๆ ดูได้จากตารางเวลาสำหรับทุกจังหวัดทั่วประเทศ